หน้าแรก เช็คพระ
    ชื่อประกาศ(ชื่อพระ): สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่


คลิกขยายรูปภาพ

รายละเอียด : ขอแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
   
ราคา: E-mail: ge_hun@hotmail.com
จากคุณ: tui2522 โทร:

 

จำนวนผู้เข้าชม 4,458 ครั้ง
สร้างเมื่อ วันที่ 03-09-2555 08:58:45
 
ปรับปรุง วันที่ 03-09-2555 08:58:45

[ ตอบกระทู้ / แสดงความคิดเห็น ]

 แจ้งลบประกาศ

คำแนะนำ
- ตรวจสอบชื่อบุคคลและหมายเลขบัญชีที่ห้ามโอนเงิน
- พบเห็นประกาศที่ก่อให้เกิดความเสียหาย กรุณาแจ้งลบ เพื่อให้เว็บมาสเตอร์ตรวจสอบ

 

 

 


วันนี้จะขอเข้ามาพูดถึงเรื่องเนื้อ ของพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ตามที่เคยบอกไว้ ก่อนอื่นจะขอยกประโยคคำว่า(เนื้อของพระสมเด็จเนื้อจะต้องหนึกนุ่ม)จากการสังเกตุและค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม จึงพบว่าผู้ที่มองว่าเนื้อพระจะต้องหนึกนุ่มนั้น เขาช่างเปรียบเทียบได้แบบเห็นภาพจริงๆ ทีนี้ผมอยากจะขยายความคำว่าหนึกนุ่มนั้น น่าจะมี ลักษณะแบบใด เขาถึงเรียกว่าหนึกนุ่ม หนึก=เหนียว=เหนียวหนึก,นุ่ม=ไม่แข็ง=อ่อน,(หนึกนุ่ม=ดูออกฉำ่ๆเหนียวๆ ไม่แข็ง น่าจะบอบบางไม่อยากสัมผัสเดี๋ยวจะเกิดรอยหรือหลุดลอกของเนื้อพระ) แต่ที่จริงแล้วอย่างที่บอกว่าพระสมเด็จทุกองค์ที่เขาเล่นหากันเท่าที่พบจะมีการลงด้วยรักเพื่อรักษาเนื้อของมวลสาร ให้เกิดความคงทนและสามารถเก็บไว้ได้นาน คุณสมบัติของรักก็เหมือนการลงแว็กเคลือบสีรถ สีรถไม่โดนนำ้ก็ดูแห้งไม่สวยกรณีที่รถไม่ได้ล้างแต่เมื่อโดนนำ้ก็เกิดเงาสวยเหมือนใหม่ทั้งที่รถไม่ได้ล้าง พระสมเด็จก็เหมือนกันสำหรับบางองค์ที่ยังมีรักที่สมบูรณ์อยู่ ถ้าโดนความชื้นก็จะดูฉำ่ชื้นเหมือนว่าถ้าถูกสัมผัสอาจจะติดมือเราได้ แต่ถ้าไม่โดนความชื้นก็จะดูแห้งๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแห็งมากเพราะรักจะมันเงาอยู่เหมือนกัน แต่ที่จริงจะขอบอกว่า ถึงเนื้อของพระจะดูเหมือนฉำ่ชื้นอย่าที่ตาเราเห็น ถ้าเราได้จับหรือสัมผัสแล้วพระจะมีความแกร่งตรงข้ามกับที่เรามองอย่างสิ้นเชิง ในบางครั้งถ้าไม่กลัวลองเอาปล่อยลงบนกระจกเบาๆจะได้ยินเสียงของความแข็งขึ้นมาทีเดียวในส่วนของเม็ดมวลสาร อาจจะมีในบางองค์และไม่มีในบางองค์แต่ถ้าองค์ใดไม่มีลองสังเกตุดีๆ หรือเอากล้องค่อยๆมองดู อาจปนอยู่กับเนื้อส่วนใหญ่ก็เป็นได้ แต่ถ้าองค์ใดมีจะสังเกตุไม่ยาก เพราะเม็ดมวลสารที่ขึ้นที่ผิวหน้าขององค์พระ ส่วนใหญ่เม็ดมวลสารจะไม่เกาะติดกับเนื้อพระจริงมากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ได้้ด้วยการอมด้วยเหลี่ยมมุมหรือโดนนำ้รักรัดติดเอาไว้ สังเกตุได้ง่าย ในบางองค์เราจะเห็นการหลุดของเม็ดมวลสารออกไปก็มี ลักษณะของเม็ดมวลสารส่วนใหญ่ลักษณะจะออกคล้ายๆเมล็ดถั่วลิสงคั่วที่ถูกตำไห้แตกไม่ละเอียดมากนัก ถ้าใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึง ถั่วลิสงคั่วที่ตำใส่ลงในนำ้พริกขนมจีนแล้วกัน เม็ดมวลสารส่วนใหญ่จะมีเหลี่ยมมุุม จะไม่กลมมล สีของเม็ดก็คล้ายสีของเนื้อพระส่วนไหญ่ เพียงแต่แยกเป็นเม็ดผสมปะปนไปกับเนื้อพระส่วนใหญ่เท่านั้นเอง และในแต่ละองค์จะมีเม็ดมวลสารไม่มากนัก พอจะสังเกตุให้เห็นว่ามีเท่านั้นเอง ส่วนเนื้อโดยรวมจะเห็นความเก่าได้ไม่ยากเพราะอายุของพระ ที่จริงแล้วก็ไม่ถึงกับนานมากนัก ร้อยกว่าปี ถ้าใครอายุ 60-70 ปีอาจจะได้ตกทอดจากปู่ ย่า มาก็ได้ ขนาดพระลีลากรุวัดถำ้าหีบเนื้อดินเผาอายุต้อง 700-800 ปี ณ ตอนนี้ยังเห็นสมบูรณ์อยู่เลย ขอจบเท่านี้ก่อนครับ และอยากให้คนที่มีความรู้มากกว่าผมเข้ามาต่อบ้างครับขอบคุณครับ


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 26-10-2556 22:04:44 | ลบ


หากระทู้ไม่เจอ ว่าจะเข้ามาเขียนเรื่องการตัดขอบต่อ ครั้งที่แล้วว่าอย่างไร ก็ต้องตัดขอบจากหน้าไปหลัง เพราะให้ความสำคัญในการทำมาตลอด จะมาตกม้าตายตอนตัดขอบก็ใช่ที่ จากบทความครั้งที่แล้ว คราวนี้มาว่ากันต่อ ถ้าผมเป็นคนพิมพ์พระ จะทำอย่างไรในการตัดขอบพระจากหลังมาหน้า ก็ต้องทำขณะที่จะถอดพิมพ์ได้เลย ก็ต้องทำตำหนิไว้ที่หลังแบบ เมื่อทำการอัดแบบด้วยมวลสารขั้นตอนต่อไปก็ทำการตัดขอบตรงตำหนิ ที่ทำเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากตัดขอบแล้วก็ทำการถอดแบบแล้วปล่อยไว้ให้แห้ง ก็จะได้พระพิมพ์ที่ต้องการ แต่ถ้าผมจะตัดขอบหลังจากแกะแบบแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้เพราะตำหนิได้ทำติดไว้กับแบบ และที่สำคัญถ้าตัดขอบจากข้างหลังมาข้างหน้าตอนแกะพระออกจากแบบแล้ว ผมจะวางพระแบบไหนดี ด้านหน้าของพระถึงจะไม่โดนการรองรับให้เกิดการเสียหายได้ จะรอให้แห้งแล้วตัดก็ไม่ได้ หรือตัดตอนหมาดๆ ดี จะทำอย่างไรช่วยกันคิดนะครับ จากการเขียนเรื่องการตัดขอบ ในบางครั้งมันก็จะมีคำถามคำตอบ อยู่ในตัวของมันเอง ความเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่คำตอบที่เราจะมาโต้แย้งกันมากจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้เราคิดว่าถ้าจะทำแล้ว มันจะเป็นทางที่ดีที่สุด ที่ทำให้งานนั้นออกมาเสียหายน้อยและสมบูรณ์ ตามแบบที่ได้คิดไว้ น่าจะเป็นคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด มากกว่า ครั้งหน้าผมจะมาว่าเรื่อง เนื้อของพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่จริงๆ ตามที่เคยได้เขียนไว้


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 23-09-2556 22:27:30 | ลบ


ว่าจะเข้ามาเขียนเรื่องการดูเนื้อ ของพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์ที่เขาเล่นหากัน แต่ก็ยังไม่ได้เขียนสักทีแต่พอเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม ก็ยังพบอีกว่า นอกจากตำหนิต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนองค์พระที่แท้เกิดจากพิมพ์แล้ว อีกเรื่องคือเรื่องของการตัดขอบขององค์พระ ซึ่งถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการตัดขอบนั้นทำการตัดจากด้านหน้าไปด้านหลัง หรือด้านหลังไปด้านหน้ากันแน่ แต่ถ้าเราจะมามองถึงเรื่องความเป็นไปได้ล่ะ น่าจะเป็นแบบใด ลองมาสันนิษฐานแบบแรกกัน ตัดจากหน้าไปหลัง ทำไมถึงตัดจากหน้าไปหลัง เหตุผลใหญ่ที่สุดคือสามารถมองเห็นกรอบกระจก หรือแบบที่กำหนดว่าจะต้องตัดตรงไหน แล้วทำไมจึงเห็นแนวขอบเหมือนตัดจากหลังมาหน้าล่ะ ขอมองเรื่องนี้ว่าคนมองๆ ผิด ในการทำพระหรือขึ้นรูปพระอย่างทีสันนิษฐานว่า มีมวลสารทั้งเปียกและแห้งปะปนกันไป เมื่อพิมพ์ขึ้นรูปแล้ว ก็ทำการถอดแบบแล้วทำการตัดขอบเลยถ้าสะดวก แต่ถ้าอยากจะพิมพ์ให้ได้หลายๆ องค์ก่อน ค่อยทำการตัดขอบก็ได้ และขอบที่เห็นก็เลยมีรูปร่างอย่างที่เห็นคือ ถ้าแบบที่ถอดยังนิ่มก็จะดูเหมือนขอบโค้งมลลงไป(แบบนี้เซียนบอกปลอม) แต่ถ้าแบบเร่ิมแห้งก็จะเห็นการยกตัวของขอบขึ้นที่ด้านหน้าขณะที่ออกแรงกดตัดแบบ ขณะที่ด้านหลังก็จะเกิดการบิ่นของขอบด้านหลัง(เซียนบอกแท้)เพราะโดนแรงกดใกล้จะขาด อยากให้ลองนึกภาพตามไปใหม่ 1 เอามวลสารอัดเข้าบล็อก มวลสารเปียกหรือแห้งน่าจะเข้าเต็มบล็อกได้ด้วยการอัดด้วยมือ 2 ทำการปาดหลังให้เรียบตามความหนาของแบบ ถอดแบบแล้วเนื้อยังไม่หมาดดี ตัดขอบจากหน้าไปหลังเลยก็จะได้ขอบที่โค้งมลเพราะแบบยังทรงตัวไม่ดีที่แนวขอบ หรือผึ่งไว้ให้หมาดๆ แล้วทำการตัดขอบจากหน้าไปหลังตามแบบที่ออกไว้ ในที่นี้คือเส้นกรอบกระจกตามที่เรียกกัน และไม่น่าจะทำตำหนิไว้ด้านหลัง แล้วทำการตัดก่อนทำการถอดแบบ ถ้าทำแบบนี้จะเสี่ยงต่อการทำให้สิ่งที่ทำมาทั้งหมดเสียได้ หรือถ้าเป็นเช่นนี้จริงก็จะทำให้เสียเวลาถ้ามวลสารนั้นเกิดเป็นมวลสารปากครก ต้องรอให้เกิดการแข็งตัวบ้างถึงจะทำการตัดได้ และที่สำคัญถ้าตัดแบบนี้จริงๆ ขอบด้านหลังพระต้องไม่บิ่น และจากการสังเกตุดูพระเกือบทุกองค์ที่เขาเล่นหากันขอบหลังบิ่น และจุดทำให้คิดอีกข้อคือ สี่เหลี่ยมด้านหน้าจะมีพื้นที่น้อยกว่าด้่านหลัง ถ้าจะพูดอีกแบบก็คือหน้าแคบหลังบานออก และในความเป็นจริงแล้วการที่เราจะเฉือนอะไรก็แล้วแต่การเฉือนให้สอบลงจะยากกว่าการเฉือนให้บานออก ข้อนี้ก็แก้การตัดจากหลังไปหน้าได้ในระดับหนึ่ง ในองค์ขุนศรีจะเห็นด้านข้างขวาขององค์พระเหมือนตัดจากหลังมาหน้าตามที่ผู้รู้เคยบอกไว้ แต่ผมกับมองว่าเป็นรอยกดแบบเฉือน ส่วนด้านบนและด้านซ้ายขององค์พระให้ผู้ที่อยากรู้คิดเอาเอง ครั้งหน้าเราจะมาสันนิษฐานการตัดจากหลังมาหน้ากัน อยากให้ทุกท่านคิดด้วยตัวท่านเองว่าถ้าท่านทำท่านจะทำอย่างไร ยิ่งคิดยื่งสนุกครับ


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 25-08-2556 01:18:50 | ลบ


ในการดูพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ในเมื่อเราไม่เคยเห็นองค์ที่เขาเล่นหากันจริง ผมก็จะขอแนะนำว่า การดูภาพจะช่วยเราได้ในระดับที่ดีพอสมควร แต่ถ้าจะให้ดีมากควรมองภาพให้ออกด้วยว่า สิ่งที่เรามองเห็นจากภาพ องค์ที่เขาเล่นหากันนั้นที่แท้จริงแล้วเป็นเหมือนที่ตาเราเห็นหรือเปล่า สังเกตุง่ายๆ เช่น ตามเส้นซุ้มระฆังบางคนมองเห็นสีดำๆ เป็นรอยแตกหรือบิ่นของเนื้อ หรือเนื้อปริก็แล้วแต่ และถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าเป็นการซึมของน้ำรักที่ลงไว้มากกว่า และอย่างที่ทุกคนทราบดีว่าพระสมเด็จองค์ที่เขาเล่นหากันนั้นลงรักทุกองค์ จะเป็นรักสีอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีการล้างรัก อย่างไรก็ต้องแหลือคราบรักที่ฝังลึกอยู่แน่นอน แต่ถ้าองค์ใดไม่มีการล้างรักๆก็ต้องมีการหลุดล่อนของคราบรักบ้างตามกาลเวลา การหลุดล่อนของคราบรักนี่แหละสำคัญ บางครั้งเมื่อถ่ายภาพออกมา จะทำให้ทรงของพระ (ภาพ)เปลี่ยนไป ลองสังเกตุดูที่เศียรพระก็ได้ ผมเคยบอกไว้ว่าเศียรทางด้านขวาขององค์พระจะกลมคล้ายพระจันทร์แต่ภาพที่ปรากฏ ส่วนใหญ่ดูบูดเบี้ยวถ้ามองผ่านๆ แต่ถ้าสังเกตุดีๆเป็นการหลอกด้วยสีของรักที่มีการหลุดล่อนไม่เสมอกันมากกว่า ถึงจะมีการบูดเบี้ยวก็ไม่มากลองสังเกตุดู วันนี้ผมขอเท่านี้ก่อนและ ขอให้สนุกกับการหาความรู้ครับ


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 05-06-2556 23:17:54 | ลบ



คลิกขยายรูปภาพ
ลองทำภาพองค์ขุนศรีเทียบกับองค์น้ำหมากให้ดู จะเห็นว่าผู้ที่ศึกษาจะได้เห็นมุมมองอีกแบบหนึ่ง สององค์นี้ถ่ายภาพโดยให้แสงที่แตกต่างกัน ถ้าดูแบบผ่านๆ จะไม่เหมือนกัน(สำหรับคนที่เริ่มศึกษา)แต่สำหรับคนที่ศึกษามาระดับหนึ่งแล้วพอจะมองออกว่าไม่ต่างกัน และถ้าไม่แน่ใจลองลากเส้นดู ผมเคยบอกไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น คือพิมพ์เพราะฉะนั้น อะไรก็แล้วแต่ที่เห็นบนองค์พระคือพิมพ์ (แต่บางครั้งการพิมพ์เนื้อจะเต็มหรือไม่เต็มก็ขึ้นอยู่กับ มวลสารที่จะนำมาพิมพ์ขณะนั้นว่ามีลักษณะแบบไหน แห้ง-แห้งมาก-เปียก-เปียกมาก-เปียกน้อย ตามหลักวิทยาศาสตร์)แต่เท่าที่ศึกษาหลายๆองค์ การพิมพ์เข้าบร๊อกเต็มหรือไม่เต็มจะเกิดขึ้นที่เศียรเป็นส่วนใหญ่ ลองดู ส่วนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแตกต่างกันมาก ยกเว้นเสียแต่ว่าไปเข้าบล๊อกกับองค์ใด แต่อย่างไรก็ดีขอเทียบบร๊อกกับองค์ที่เขาเล่นหากันก่อนก็แล้วกัน ทุกส่วนที่เกิดขึ้นที่องค์พระขอให้ดูให้ละเอียด ลอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องมีตำแหน่งที่ตรงกันเป็นส่วนใหญ่ ตามที่เซียนส่วนใหญ่บอกมามีไม่กี่จุด แต่ถ้าจะศึกษาให้รู้จริง ต้องรู้ให้ทุกจุด ไม่ว่าจุดเล็กจุดน้อย อย่างเช่นใครตอบได้บ้างแค่แขนซ้ายขององค์พระก็มีลอนให้ศึกษาดู มีลอนเกิดอยู่พอจะเก็บเป็นตำหนิได้สบาย ผมย้ำอยู่ตลอดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือพิมพ์ (ส่วนเนื้อไว้มาว่ากันตอนต่อไป)ส่วนพิมพ์ถ้าผมจะอธิบายอย่างละเอียด คงจะมีอีกมากอยู่พอสมควร ขอให้สนุกกับการค้นคว้าหาความรู้ครับ พระแท้อยู่ที่ใจและศรัทธา ไม่ได้อยู่ที่ราคา


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 28-05-2556 00:06:17 | ลบ


ขอแก้คำจากกระทู้ก่อนหน้านี้ ขอแก้จุดเริ่มต้นและจุดจบไม่เอา เอาเป็นเส้นพาดผ่านก็แล้วกัน เส้นที่พาดผ่านควรพาดผ่าน ณ ตำแหน่งที่ตรงกันให้มากที่สุดของทั้งสองภาพที่เอามาเทียบกัน ตามตัวอย่างที่ให้ไว้ จุดเรื่มต้น ปลายเกศ เหมือนกัน และพาดผ่านขนานไปกับฐานด้านล่างเหมือนกัน ส่วนความเหมือนความต่างก็ลองดูกันเอา สำหรับคนที่อยากศึกษาหาความรู้


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 16-05-2556 21:13:28 | ลบ



คลิกขยายรูปภาพ
ผมเคยบอกว่าพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ให้ศึกษาที่พิมพ์ก่อน ถ้าพระของท่านที่มีอยู่ตรงพิมพ์กับที่เขาเล่นหากันลองทำดู ลำดับแรกเอารูปพระที่มีอยู่ ทำภาพคู่กับองค์ที่เขาเล่นหากันแล้วลองลากเส้นดู ไม่ว่าจะถ่ายด้วยเลนส์ที่ไม่ใช่ตัวเดียกันแต่ภาพที่ได้จากการลากเส้น ของแต่ละองค์จะมีอัตตราส่วนที่เท่ากัน แล้วลองสังเกตุดูตามแนวเส้นว่าควรจะเหมือนหรือแตกต่างกัน แต่ถ้าอยากจะศึกษาให้เกิดความชำนาญก็ลองเอาองค์ที่เขาเล่นหากันนั่นแหละจับคู่กันแล้วลองลากเส้นดู(องค์ขุนศรี-องค์ลุงพุฒิ)คู่กันก็ได้ และถ้าอยากได้ความรู้มากๆ ก็ลองสลับดูหลายๆองค์ที่เขาเล่นหากัน และถ้าทำจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็ลองเอาพระที่ส่งเข้ามาเชคนี่หละทำดูฝึกการดูของเรา และเส้นที่ลาก จะลากกี่เส้นก็ได้แต่จุดเริ่มและจุดจบ ตำแหน่งต้องตรงกันทั้งสองภาพที่เปรียบเทียบกัน ขอให้ทุกท่านที่ศึกษาหาความรู้ไว้ดูพระให้เกิดประโยชน์แก่ตัวท่านเองขอให้สนุกครับ พระแท้อยู่ที่ใจจริงๆ


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 16-05-2556 20:51:25 | ลบ


เมื่ออาทิตย์ที่ 17/03/56 ไปเดินเที่ยวงานประกวดพระที่ระยอง มีคนให้ความสนใจอยู่มากพอสมตวร จำนวนรถยนต์อย่างกับงานกาชาติเลยทีเดียว คนต่างจังหวัดยังให้ความสนใจอยู่มากเกี่ยวกับการประกวดพระ และอีกอย่างที่นี่เป็นถิ่นของหลวงปู่ทิมด้วย ทุกองค์ที่ส่งเข้าประกวด ต่าส่ง 300-บาททุกองค์ ยังไม่ทันปิดรับสมัครสมาคมพระเครื่องแห่งประเทศไทยมอบเงินให้ทางโรงเรียนเป็นเงิน 500,000 บาทเข้ามูลนิธิของโรงเรียนที่สนับสนุนเรื่องพื้นที่ นี่คือเรื่องที่ดี ในเมื่อมาเยือนถิ่นหลวงปู่ทิมทั้งที่จะไม่ให้กล่าวถึงเลยก็ไม่ได้ เหรียญเจริญพรล่างที่ทำล้อขึ้นมาใหม่เมื่อปี 55 ตอนนี้ต้องบอกว่าแรงจริงๆ จากจองที่วัด 200-300 บาท เหรียญทองแดงธรรมดา ตอนนี้ ขยับไปแถวๆ 5,000 แล้ว ถ้าเป็นเนื้อเงินลงยา เนื้อตะกั่วไม่ตัดขอบ เนื้อทองคำ คงไม่ต้องพูดถึง และยิ่งที่ทำน้อยองค์และตอกโค๊ตเลขสวยยิ่งไปกันใหญ่ (เนื้อเงินลงยาทำ 96 องค์ ๆ ที่ 96 ตอนในงานมีคนมาเสนอให้ 30,000 ต่อรองไม่ได้เลย) และที่สำคัญกว่านั้นเรื่องการประกวดพระเครื่องเดินไปสำรวจแผงพระต่าง ๆ ก็ได้ยินตามแผงพระแว่วๆ มาว่า ส่งพระสมเด็จพิมพ์เจดีย์เข้าประกวดและรับพระไปด้วย (แปลว่าพระที่ส่งกรรมการรับเข้าประกวด)เราก็ดีใจด้วยงานต่างจังหวัดยังมีพระที่หายากส่งเขัาประกวดด้วย ยิ่งเดินขึ้นห้องรับพระไปเห็น อ.อ้า สุพรรณ มาเป็นกรรมการเดินไปเดินมาอีก ยิ่งแลดูเป็นงานใหญ่จริงๆ แต่ไม่เห็นนั่งรับพระนะ วันนั้น กลับมาบ้านตอนเย็นได้เจอกับคนที่ไปเที่ยวงานประกวดพระเหมือนกันเห็นบอกว่าไปยืนดูที่จุดรับพระวัดระฆัง กรรมการรับพระพูดกับผู้ที่ส่งพระเข้าประกวดว่าต้องรู้กันนะที่รับน่ะของที่สวยแท้หาไม่มีแล้ว งงงงงง แปลว่าที่รับเข้าประกวด..สุดท้ายที่เขียนเล่ามาทั้งหมดก็อยากให้ทุกท่านมีสติในการเช่าหาพระ ถ้าท่านทำพุทธพานิชก็ไม่ว่า แต่สำหรับคนที่จะเช่ามาขึ้นคอสักองค์ พระแท้อยู่ที่ใจ และการกระทำของตัวท่านเองเท่านั้นที่จะช่วยให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข....


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 21-03-2556 22:53:13 | ลบ


ไม่ได้เข้ามานานแต่ผมก็ยังศึกษาหาความรู้อยู่ตลอด แต่ก็ยังขอบอกว่าในพระพิมพ์สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ทุกอย่างที่เกิดอยู่บนองค์พระคือพิมพ์ และต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ราคาของพระที่เขาเล่นหากัน(ที่เขาบอกว่าแท้)นั้นสูงมาก ถึงขนาดว่าจะหาศึกษาพระที่เขาบอกว่าแท้นั้นเป็นไปแทบไม่ได้เลย แม้แต่เซียนผมเองก็ไม่แน่ใจว่าได้หยิบพระที่เขาว่าแท้ส่องดูได้มากน้อยแค่ไหน เอาง่าย ๆ เมื่อไว ๆ มานี้มีพระสมเด็จอยู่พิมพ์หนึ่งได้ผ่านเข้ามาสู่ตลาดพระเซียนน้อยเซียนใหญ่ทั้งหลาย ยังต้องทำการบ้านกันแบบใครมีความรู้ก็ต้องงัดกันออกมาดูทีเดียว แต่ทุกวันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าไปถึงไหนแล้วสำหรับพระสมเด็จองค์นั้น ก็เลยอยากจะบอกว่าพยายามศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด เขียนไปเขียนมาก็บอกให้ศึกษาด้วยตัวเองอีกแล้ว ที่บอกแบบนี้ก็เพื่ออยากจะบอกให้ผู้ที่สนใจที่จะหาพระไว้บูชาจริงๆ แบบไม่ถูกหลอก (ให้ทุกคนคิดไว้เสมอว่าของที่เขาเล่นหากันที่คิดว่าแท้นั้นแทบจะหาไม่ได้เลย แต่ของที่มาบอกว่าแท้โดยที่ท่านไม่มีความรู้นั้น ท่านไปที่ใดท่านก็พบอยู่ทุกที่ ถ้าไม่เชื่อท่านลองไปเดินดูตามตลาดพระใกล้บ้านท่านดู ถ้าจะเช่าหาก็ให้สมกับความเป็นจริง เพราะการที่จะได้มาท่านจะต้องจ่ายด้วยเงินของท่านเอง พระแท้อยู่ที่ศรัทธา)


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 02-02-2556 23:28:29 | ลบ


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4/11/12 เห็นพระสมเด็จวัดระฆังของคุณประชา ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถ้าใครยังศึกษาอยู่ลองไปหาดู จะเห็นพระกรรณด้านซ้ายขององค์พระรูปคล้ายบายศรีอย่างชัดเจน ส่วนพระกรรณทางด้านขวาขององค์พระ (พระสมเด็จองค์นี้จะเห็นชัดเจน) พระกรรณทางด้านขวาถ้าใครยังมองไม่ออก ลองหารูปพระซุ้มกอมาดู ในพระสมเด็จพระกรรณทางด้านขวาจะคล้ายพระซุ้มกอมาก แต่โดยทั่วไปจะมองไม่ค่อยเห็น ยกเว้นในบางองค์ เช่นองค์นี้ และถ้าใครมีพระอยู่ให้ลองกลับหัวมองทางเศียรลงมาจะเห็นริ้วนูนๆ บางครั้งเราอาจคิดว่าเป็นรอยยุบย่น แต่ที่จริงอย่างที่เคยบอกไว้แต่แรกๆ ว่ารอยยุบย่นต่างๆที่เกิดขึ้นคือพิมพ์ ส่วนเศียรของพระสมเด็จวัดระฆังจะสวยคล้ายพระจันทร์และให้สังเกตุไว้ว่า ขอบเศียรทางด้านซ้ายจะไม่เรียบร้อยดูไม่ราบเรียบ ส่วนทางด้านขวาจะกลมสวย ลองสังเกตุดูนะครับขอให้มีความสุขกับการศึกษาและค้นคว้านะครับ (ผมไม่ทราบมาก่อนว่าพระที่ลงในหนังสือพิมพ์เป็นของใครเพียงแต่เห็นรูปภาพแล้วคล้ายที่ศึกษามาเลยอ่านรายละเอียดจึงรู้ว่าเป็นพระของใคร แต่จะขอบอกว่าก็ดูพระที่ลงหนังสืออยู่เป็นประจำบางองค์ที่ลงก็ไม่เหมือนที่ศึกษามา)


จากคุณ: saneai      Tel:        Email:
วันที่ 08-11-2555 21:56:59 | ลบ


หน้าที่: 1 2 3 4 5 6






ตอบกระทู้ / แสดงความคิดเห็น

ข้อความ:
*
จากคุณ: *
Tel:
E-mail:
รูปภาพ:
- ไฟล์ที่รองรับ .jpg .gif .bmp .png
- ไฟล์รูปไม่ควรเกิน 900 kBs หากรูปใหญ่เกินไปจะทำให้โหลดช้า

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
สมัครสมาชิกฟรี : สมัครสมาชิก VIP : เข้าสู่ระบบสมาชิก

 

ปิดหน้าต่าง | ขึ้นไปด้านบน


Thaipra.com เลขที่ 902/37 เอสวีซิตี้ อาคาร 1 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
ติดต่อฝ่ายสมาชิกและสมัครเปิดร้านพระ โทร. 081-8273344 , 02-6826870 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. (เว้นวันหยุด) แฟกซ์ 02-6826870
Copyright © 2009 - 2014 Thaipra.com All rights reserved ® ร้าเว็บไซต์กับ webUB.com